เกาะเทโพ

ความร่มรื่นและบรรยากาศที่น่ารื่นรมย์ของเกาะเทโพคือเหตุผลที่นักท่องโลกบนหลังอานนิยมพาเจ้าสองล้อมาปั่นท่องเที่ยวเกาะเทโพทุกสุดสัปดาห์ และทำให้ที่นี่กลายเป็นสวรรค์ของนักปั่นไปโดยปริยาย ในอดีตเกาะเทโพคือแหลมที่ทอดยื่นออกมาคั่นระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสะแกกรัง ครั้นมีการขุดคลองเชื่อมในภายหลัง

» Read more

ตึกแดง

ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ บริเวณท่าเรือแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ ใกล้กับคุกขี้ไก่ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรี 30 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2436 พร้อมกับคุกขี้ไก่ ลักษณะเป็นตึกชั้นเดียว สีแดง หลังคามุงกระเบื้อง สร้างด้วยอิฐถือปูน กว้าง 7 เมตร ยาว 32 เมตร เดิมทาสีแดง จึงเรียกว่า “ตึกแดง” ภายในแบ่งออกเป็น 5 ห้องมีประตูเปิดถึงกันหมด มีระเบียงทั้งสองข้างตามแนวยาว

» Read more

ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต

ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไม่เหมือนใคร และอีกหนึ่งสถานที่ที่จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมา รวมทั้งประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ตที่รอบด้านในแง่ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่นที่หาชมได้ยาก ก็คือศูนย์ศิลปวัฒนธรรมแห่งนี้นั่นเอง โดยคุณจะได้เรียนรู้อดีตอันทรงคุณค่าเหล่านั้นผ่านการจัดแสดงต่าง ๆ เช่น รูปแบบบ้านเรือน ข้าวของเครื่องใช้ วิถีชีวิตความเป็นอยู่สมัยก่อน

» Read more

วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม

วัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ซึ่งชาวเมืองเรียกกันว่า วัดทุ่งแก้ว แห่งนี้ มีความน่าสนใจจากพระปรางค์ใหญ่องค์หนึ่งที่ประดิษฐานอยู่ภายในบริเวณวัด สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2452 โดยมีฐานกว้าง 8 เมตร สูง 16 เมตร ลักษณะเป็นปรางค์ห้ายอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อแย้มผู้สร้างวัดนี้

» Read more

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาที่จัดตั้งขึ้นมาตามแนวทางพระราชดำริเพื่อหารูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของ ภาคเหนือ เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2525 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาป่าไม้ 3 อย่าง 3 วิธี เพื่อประโยชน์ 4 อย่าง อันได้แก่ มีไม้ใช้สอย ไม้ผล ไม้เชื้อเพลิง ซึ่งจะอำนวยประโยชน์ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ

» Read more

บ้านน้ำเชี่ยว

ชุมชนชื่อดังของจังหวัดตราดที่คว้ารางวัลด้านการท่องเที่ยวมาแล้วมากมาย ด้วยวิถีชีวิตของชาวมุสลิม จีน และไทย ที่อาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบและสันติ นำไปสู่การเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมอันทรงคุณค่า ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยวจึงจัดกิจกรรมมากมายไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการแสวงหาความสุขจากธรรมชาติและชีวิตที่แท้จริง

» Read more

ศูนย์ศิลปะการแสดงกาดสวนแก้ว

แหล่งเรียนรู้ทางด้านศิลปะการแสดงที่เปิดมายาวนานถึง 10 ปี และยังคงการเรียนการสอนทางด้านการแสดงครบถ้วน สมบูรณ์แบบมาจนทุกวันนี้ ทั้งการออกแบบด้านเทคนิค แสง เสียง ฉาก รวมทั้งกระบวนการเบื้องหลัง และการทำละครเวที โดยโรงเรียนแห่งนี้มีการปรับปรุงหลักสูตรมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย

» Read more

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว

ตั้งอยู่บ้านดอนจิก เลยอำเภอบุ่งคล้า 3 กิโลเมตรและเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีเนื้อที่ประมาณ 186 ตารางกิโลเมตร หรือ 116,562 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอบึงกาฬ อำเภอบุ่งคล้า อำเภอเซกา และอำเภอบึงโขงหลง เกือบติดพรมแดนประเทศลาวสามารถมองเป็นทิวทัศน์ที่เป็นป่าได้

» Read more

วัดตูม

วัดพันปีกับเศียรพระพุทธรูปเปิดได้ คงเป็นจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของอารามหลวงชั้นตรีที่มีประวัติยาวนานก่อนราชธานีอยุธยา ถึงกับไม่พบหลักฐานการก่อสร้างใด ๆ ทั้งสิ้น สันนิษฐานเพียงว่าเป็นวัดสำคัญที่ใช้เป็นที่ลงเครื่องพิชัยสงคราม หากต้องกลายเป็นวัดเกาะนอกเมืองที่ถูกทิ้งร้างเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 2 ในพ.ศ.2310 ประชาชนและพระสงฆ์องค์เจ้าต้องหลบลี้หนีหายกันไปหมดสิ้น กระทั่งกลายเป็นวัดสำคัญอีกครั้งเมื่อสมัยตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีผู้ปฏิสังขรณ์วัดตูมขึ้นมาใหม่ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ส่วนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ารัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินที่วัดนี้หลายครั้ง สิ่งหนึ่งที่ใครมาวัดนี้แล้วต้องไม่พลาดได้มาชมเป็นบุญตาคือ หลวงพ่อสุข พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ทรงเครื่องปางมารวิชัย นามเดิมว่าหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในหอพระพุทธรูปข้างหอสวดมนต์ด้านตะวันออก ไม่มีตำนานปรากฏว่าสร้างแต่สมัยใด หากเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธศิลป์งดงามองค์หนึ่ง โดยทรงเครื่องแบบมหาจักรพรรดิ์ราชาธิวาส สวมมงกุฎมีกุณฑล ทับทรวงสังวาล พาหุรัดประดับด้วยเนาวรัตน์ ประทับนั่งขัดสมาธิแม้ในคราวกรุงแตกก็กลับรอดพ้นเพลิงผลาญและการทำลายจากข้าศึกมาได้ […]

» Read more

บ้านศิลาสุวรรณ

ชมบ้านไม้สักทองอันทรงคุณค่ากลางตำบลท่าฉลอมอันเป็นบ้านของคหบดีเก่าตระกูล “ศิลาสุวรรณ” ซึ่งมีลักษณะเป็นเรือนไม้สองชั้น สร้างขึ้นตามรูปแบบเรือนไม้สักแถวถนนตก (กรุงเทพฯ) ในสมัยนั้น และสร้างเสร็จในปีพ.ศ.2465 เรือนไทยประยุกต์แบบเรือนขนมปังขิงของยุโรปหลังนี้ สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง และได้รับการซ่อมแซมและบูรณะจนอยู่ในภาพสมบูรณ์ด้วยรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม กล่าวคือ หลังคาทรงจั่วมนิลาฉลุลายลูกไม้มียอดหน้าจั่วครีบหน้าจั่วและช่องลมหน้าจั่วมีเสากลึงข้างบนเสี้ยมปลายแหลมด้านล่างมีลายฉลุเป็นครีบขนาบสองข้างของเสาทอดมาตามส่วนของปั้นลม ขนาดของตัวบ้านกว้าง 28 เมตรลึก 16 เมตรส่วนชั้นล่างเปิดโล่งชั้นบนมีบันไดขึ้นลง 2 ด้านด้านหน้าของตัวบ้านแถวแรกเป็นห้องโถงกว้าง โดยหลังห้องโถงจัดแบ่งเป็นห้องเรียงในระดับเดียวกัน 5 ห้องแต่ละห้องมีชื่อคล้องจองกัน ได้แก่ห้องพลังจิตประทานห้องอธิษฐานบารมีห้องบุพการีญาณห้องวิมานคุณาวรและห้องพรสนองอุทัยทุกห้องประดับตกแต่งด้วยโบราณวัตถุที่ล้ำค่าและสวยงามอาทิเครื่องลายครามเครื่องมุก นอกจากนี้ยังมีเรือกลไฟจำลองที่ใช้เครื่องยนต์ลำแรกของสมุทรสาครนามว่า “เรือสุดสาคร” ที่สร้างโดยปู่เทศศิลาสุวรรณจัดแสดงให้ชมกันอีกด้วย

» Read more
1 2