ผบ.ทบ.มั่นใจม็อบเทพาเคลื่อนไปทำเนียบฯ พรุ่งนี้ไม่รุนแรง

ผู้บัญชาการทหารบก มั่นใจ ม็อบเทพาเคลื่อนไหวไปทำเนียบรัฐบาลพรุ่งนี้ (20 ก.พ.) จะไม่รุนแรง มอบหมายเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องดูแล ยืนยัน ดำเนินการกับผู้ชุมนุมทุกกลุ่มตามกฎหมาย

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงเครือข่ายคนสงขลา – ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน หรือ ม็อบเทพา จะเดินทางไปชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ (20 ก.พ.) ว่า ขณะนี้มีการแจ้งความเพื่อให้ออกจากพื้นที่แล้ว และได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประสานงานแล้ว เพราะกังวลว่าจะกระทบกับการจราจรในพื้นที่

“ในส่วนของรัฐบาล เวลานี้ก็มีการพูดคุยกันอยู่ เข้าใจว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่ยืดเยื้อมายาวนาน ต่างฝ่ายต่างก็มีความเชื่อของแต่ละฝ่าย แต่ที่ผ่านมาเป็นการชุมนุมโดยสงบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็อำนวยความสะดวกให้ ส่วนที่จะเคลื่อนย้ายสถานที่ปักหลักชุมนุมนั้น ผมเห็นว่าจะมีผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ของทำเนียบรัฐบาล จึงต้องมีการดูแลและจัดระเบียบ ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแล ขอยืนยันว่าใช้กฎหมายปกติในการอำนวยความสะดวกและกำกับดูแล เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาใด ๆ” พล.อ.เฉลิชมชัย กล่าว

พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้มั่นใจว่าการที่สำนักงานองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ไม่เห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพานั้น คงไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย เพราะการดำเนินการก็เป็นไปตามกระบวนการ ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผล รัฐบาลต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา การพิจารณาก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลและคณะกรรมหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง

ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีกลุ่มนักศึกษาที่กระจายการชุมนุมไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด ว่า ฝ่ายความมั่นคงได้ติดตามความเคลื่อนไหวตั้งแต่เริ่มต้น โดยเป็นกลุ่มนักศึกษาที่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งก็สอดคล้องกับคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ต้องการให้มีการเลือกตั้งเช่นกัน ซึ่งเข้าใจในเหตุผลความจำเป็นและขั้นตอน จึงยอมที่จะให้ใช้เวลาอีกระยะหนึ่งก่อนจะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ดีกว่าที่จะเผชิญหน้ากันแล้วทำให้สถานการณ์กลับไปสู่วังวนเดิม ขอยืนยันว่า รัฐบาลและ คสช.ก็เข้าใจและต้องการให้มีการเลือกตั้งเช่นกัน

ส่วนการที่กลุ่มนักศึกษาจะกระจายไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด จะเป็นการเพิ่มจำนวนคนมาร่วมชุมนุมด้วยหรือไม่นั้น พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า คนส่วนใหญ่ต้องการเห็นความสงบ และไม่ใช่ว่ารัฐบาลประกาศว่าไม่มีการเลือกตั้ง ทุกอย่างเดินไปตามกระบวนการ อย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้ง เพียงแต่หากเร่งนำคนออกมาเผชิญหน้ากัน จะกลายเป็นปัญหาบานปลาย ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐก็พยายามใช้กฎหมายอย่างเหมาะสม โดยรองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าให้ดูแลอำนวยความสะดวก ดูแลเรื่องความปลอดภัย หากผิดกฎหมายก็ใช้ดำเนินการตามความเหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมาก็ควบคุมสถานการณ์ได้

“เขาต้องคิดได้ด้วยตัวเอง มองผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ เพราะถ้าบอกว่าเป็นกลุ่มนักศึกษา ก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจและความคิด เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ติดตามความเคลื่อนไหวตลอดเวลา และเวลานี้ผู้แทนพรรคการเมืองก็ออกมาบอกว่าทุกอย่างควรเดินไปตามกลไกกระบวนการที่ถูกต้องมากกว่าการใช้กำลังแล้วเผชิญหน้ากัน นำประเทศกลับไปสู่ความเสียหายเหมือนเดิม เชื่อว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่การยั่วยุให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ไม้แข็ง เพราะรองนายกรัฐมนตรีก็ย้ำให้ดำเนินการตามกฎหมายในกรอบที่เหมาะสม ที่ผ่านมายังไม่มีการกระทบกระทั่งกันเลย” ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว

ผู้บัญชาการทหารบก มั่นใจว่า เดือนพฤษภาคมนี้จะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นตามที่มีการคาดการณ์ และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศเข้าใจว่าประเทศไทยผ่านวิกฤติมาแล้ว และอยากให้ทุกอย่างเป็นบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าฝ่ายการเมืองก็เข้าใจเรื่องนี้และต้องการให้มีการเลือกตั้ง

ส่วนที่มีการมองว่าขณะนี้รัฐบาลอยู่ในช่วงขาลง จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของกองทัพที่มีต่อรัฐบาลหรือไม่นั้น พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวว่า ตนไม่สนใจว่ารัฐบาลจะขาขึ้นหรือขาลง เพราะตนมีหน้าที่ดูแลความสงบของบ้านเมืองเพื่อให้รัฐบาลบริหารประเทศไปได้ ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมเลือกเดือนพฤษภาคมในการเคลื่อนไหวนั้น ตนมองว่าอาจเป็นการครบวงรอบ 4 ปี จึงมีการจุดประเด็นนี้ขึ้นมา แต่ทางปฏิบัติก็ต้องขึ้นอยู่กับคนส่วนใหญ่ เท่าที่ตนเห็นก็ไม่ได้มีเหตุการณ์วิกฤติใดที่คนต้องออกมาชุมนุม ซึ่งจะถือว่าเป็นความต้องการที่นำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬหรือไม่นั้น ตนตอบไม่ได้ แต่ขอฝากทุกฝ่ายให้นึกถึงผลประโยชน์ของประเทศ คงบังคับใครไม่ได้ ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละคนว่าจะนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมของชาติมากน้อยอย่างไร

ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งออกมาเรียกร้องให้ คสช.เคียงข้างประชาชน ไม่ยึดโยงกับรัฐบาล ว่า คนไทยส่วนใหญ่ก็อยากเลือกตั้ง ซึ่งเข้าใจเหตุผลและความจำเป็น ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน หากคำนวณตามขั้นตอนแล้วขณะนี้กรอบเวลาการเลือกตั้งอยู่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ขอยืนยันว่า คสช.ยึดโยงตามกฎหมายอยู่แล้ว แต่อย่าคาดการณ์ล่วงหน้าไปก่อนว่าร่างกฎหมายลูกจะถูกคว่ำ ไม่เช่นนั้นจะมีความทุกข์ใจมากกว่า.-สำนักข่าวไทย