งานมโนหลักหมื่น! สารพัด “สัตว์เลี้ยงเวทมนตร์” คนขายสมมติ-คนซื้อสมยอม

เล่นกับความเชื่อ! หากินกับความเพ้อฝัน! เปิดขายจริงจัง “สัตว์เลี้ยงเวทมนตร์” แค่บอกชื่อ วัน-เดือน-ปีเกิด ก็เตรียมตัวรับสัตว์ในนิยายไปครอบครองเป็นของตนเองได้ทันที อ้าง แหวน-จี้-สร้อย มีจิตวิญญานสิงสถิตคอยช่วยเหลือ ราคาหลักพันยันหลักหมื่น บางคนเชื่อสัมผัสได้ ถึงขั้นบอกว่าตัวเองเหมือนถูกจับมือ-ดึงนิ้ว มูลนิธิิเพื่อผู้บริโภค เตือน อาจถูกหลอกแบบรุนแรง

“สัตว์เวทมนตร์” มีจริงหรือหลอกขาย!?
ทำเอาหลายคนสงสัยไปตามๆ กัน ว่าสัตว์เลี้ยงเวทมนตร์คืออะไร มีจริงด้วยหรือ เมื่อเฟซบุ๊ก “ร้านเวทมนตร์” ได้มีการโพสต์รูปภาพของสัตว์เวทแต่ละตัว ไม่ว่าจะเป็น “มังกร” “แวมไพร์” “หมาป่า” “นางเงือก” ฯลฯ พร้อมทั้งบอกถึงคุณสมบัติอย่างละเอียดยิบว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง

“Demon King Male ตนนี้คือราชาแห่งมาร บิดาของเหล่ามารทั้งปวง สายดำบริสุทธิ์ เขาไม่รู้จักการปราณีต่อศัตรู เขามีความสามารถมากในมนต์ดำและศาสตร์มืด มีความเหี้ยมโหดเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ เผาศัตรูของคุณเป็นเถ้าถ่าน (เผาคือเผาจริงๆ นะคะไม่ใช่การเปรียบ) เขาจะช่วยคุณในเรื่องการคุ้มครอง แก้แค้น และจัดการกับคนที่คุณไม่ชอบ ตนนี้คัดผู้ที่จะรับไปดูแลนะคะ ค่อนข้างอันตราย ราคา 17,000 บาท”
นี่คือตัวอย่างของการโพสต์ขายสินค้าของทางร้าน โดยอ้างว่า “Demon King Male” คือปีศาจเพศชาย ที่มาจากฝั่งตะวันตกมีพลังมหาศาล และเป็นตัวที่แพงที่สุด ส่วนตัวที่รองลงมา คือปีศาจเพศหญิง มีชื่อว่า “Lilith’s Queen Succubus” เป็นผู้หญิงหน้าตาสวยมีปีกสีดำอยู่ด้านหลัง มีความสามารถในการแทรกแซงความฝันของคน ต้องการเพียงให้คนที่ครอบครองมาเคารพ และจะไม่ลังเลที่จะช่วยให้พบกับความสำเร็จที่หวังไว้ ราคาอยู่ที่ 6,700 บาท ซึ่งเป็นคำพูดที่ทางร้านอ้างว่าต้องแลกกับเงิน เพื่อการสาปแช่งคนอื่น
โดยการผูกจิต จะสามารถเรียกหาพวกเขาได้โดยที่จี้นั้นไม่อยู่กับตัว แค่พูดในใจสัตว์เวทก็สามารถรับรู้ได้ หากจี้นั้นไปอยู่กับคนอื่น ก็สามารถกลับมาหาเจ้าของได้ ส่วนตัวที่ไม่ได้ผูกจิต สัตว์เวทสามารถรับรู้ได้เฉพาะแค่ตอนที่บุคคลนั้นถือจี้สถิต แต่ถ้าจี้สถิตอยู่ที่ใคร คนนั้นก็ถือว่าเป็นเจ้าของไปเลย และการสื่อสารจะมีทั้งมองเห็น สามารถพูดคุยได้ สัมผัสที่ตัวหรือจะมาในรูปแบบของเสียง

ที่สำคัญคือทางร้านอ้างว่าสัตว์เวทมนตร์ที่รับมาเลี้ยงดู จะต้องมีอาหารให้กิน สามารถซื้อได้จากทางร้าน และยังบอกอีกว่าสัตว์เวทมนตร์แต่ละตัวมีความชอบที่ไม่เหมือนกัน แวมไพร์บางตัวก็กินอาหารไม่เหมือนกัน แนะนำว่าให้ไปลองถามสัตว์เวทที่นำมาเลี้ยง ว่าชอบสมุนไพรอะไร แล้วทางร้านจะจัดหามาให้ แต่ละอันนำเข้ามาจากต่างประเทศสามารถซื้อได้จากร้านเท่านั้น
ออปชั่นการเสริมเวทมนตร์ ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมีสมุดคัมภีร์มนต์คาถา เพื่อเผยแพร่คาถาแนวเวทมนตร์ตะวันตก มีทั้งคาถารัก คาถาเรียกเงิน คาถาเรียกงาน คาถาค้นหาวัตถุหาย คาถาเกรดดี ฯลฯ ราคาเล่มละ 300 บาท

ไม่แค่นั้น ยังมีไม้กายสิทธิ์ที่ผ่านการเสกพิเศษคืนจันทร์เพ็ญ เป็นไม้กายสิทธิ์ที่ทำมาจากไม้ขนุน ซึ่งเป็นไม้มงคลของไทย มีคุณสมบัติในด้านการเสริมพลังอำนาจ ด้ามละ 1,290 บาท และยังมีเอกสารคู่มือการใช้ไม้กายสิทธิ์แถมให้อีกด้วย ซึ่งก็เป็นหนทางที่ทางร้านจะต้องได้เงิน จากคนที่มีความเชื่อเรื่องเวทมนตร์ว่ามีอยู่จริง

สัมผัส-ได้ยินเสียง-มีรอยขวน ฝีมือสัตว์เวท!?
หลังจากมีการโพสต์ขายสินค้า หลายคนที่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของเวทมนตร์ ว่าจะมีสัตว์เวทมนตร์เหล่านั้นมาช่วยคุ้มครอง จึงต้องการซื้อไปครอบครองบ้าง โดยมีราคาตั้งแต่หลักพันบาทไปจนถึงหลักหมื่นบาทกันเลยทีเดียว เมื่อได้รับสินค้าเรียบร้อยแล้ว ก็จะมารีวิวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองกันไปต่างๆ นานา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นการรีวิวจากผู้ที่ใช้สินค้าจริง หรือเป็นเพียงหน้าม้าที่แฝงตัวมาหลอกกันแน่

โดยคนที่มารีวิว มีทั้งคนที่ซื้อสินค้าไปแล้ว และคนที่ยังไม่ได้ซื้อ แต่ก็ยังมีการอ้างว่า ยังไม่ได้ซื้อก็เจอกับสัตว์เวทมนตร์แล้ว รู้สึกเหมือนมีพลังบางอย่างมาอยู่ใกล้กับตัวเอง โดยมีใจความสำคัญดังนี้

“เมื่อวานไม่ได้เล่า นั่งเรียนอยู่แล้วจู่ๆ สายกระเป๋าก็ดังแปะ ปกติจะเอาไว้บนตัก แน่นอนสายกระเป๋าต้องอยู่ข้างกระเป๋า นี่เหมือนมีคนยกขึ้นแล้วทำให้ตกกระทบเข็มกลัด เหมือนจะให้หันไปหา555”
“เมื่อคืนมาส่องร้านพี่่นานมาก แล้วก็พูดในใจว่า เราชอบแวมนะ แต่ด้วยความลังเลใจที่มีมานานเราจึงไม่กล้ารับแวมมา เราพูดไปว่า แม้เราจะชอบตนอื่นหลายๆ ตน แต่ยังไงแล้วแวมก็อยู่ในใจเราเสมอ แล้วก็คุยในใจกับตัวเองทั้งคืนเลย

ตอนแรกคิดว่าคงไม่มาหรอกมั้ง แต่สักแปปก็รู้สึกเหมือนโดนจับมือ มันหน่วงๆ ที่มือข้างซ้าย เมื่อคืนใกล้หลับลึกแล้ว รู้สึกเหมือนโดนดึงนิ้วแล้วดัง และที่แขนรู้สึกเหมือนโดนดูด เหมือนการกัดแล้วโดนดูด มันเจ็บแต่ทนได้ บอกไม่ถูก มันเหมือนโดนรัดกับสายยาง แล้วโดนฉีดยาอ่ะ ชาแล้วเจ็บ”

จะเชื่อได้แค่ไหนกัน ว่าจี้ห้อยคอ จี้ข้อมือเหล่านั้น จะมีพลังงานเป็นสัตว์เลี้ยงเวทมนตร์ที่ปลุกเสกจากอีกมิติจริงๆ โดยที่ไม่ใช่วิญญานเร่ร่อนทั่วไปสิงอยู่ ส่วนวิธิการปลุกเสกก็ไม่เคยมีปรากฎให้ได้เห็น ว่าคนที่มาทำพิธิกรรมสะกดจิตสัตว์เวทมนตร์จะมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ตรวจสอบได้ไหม
และเพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องการขายสัตว์เลี้ยงเวทมนตร์ว่าหลอกลวงผู้บริโภคหรือไม่ ทีมข่าวผู้จัดการ Live จึงได้ติดต่อไปยัง นฤมล เมฆบริสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มองเห็นว่ากรณีดังกล่าว มีจุดขาย คือ ความเชื่อ ใช้สิ่งที่วัยรุ่นกำลังชอบ เอามาทำเป็นสินค้า เป็นช่องทางหนึ่งที่ทางผู้ประกอบธุรกิจ จะสร้างแบรนด์ เพื่อที่จะดึงเอาเม็ดเงินในกระเป๋าของเราออกไป

“เราควรคิดก่อนที่จะเสียเงิน เพราะเวลาที่สูญเสียเงินไปแล้ว สิ่งที่มันเกิดปัญหาก็คือว่า มันจะเรียกเอาคืนลำบาก หรือไม่สามารถจะเรียกเอาคืนได้เลย เท่าที่ดูในอินสตาแกรม หรือว่า เฟซบุ๊ก ที่เขาเคยเผยแพร่โฆษณา มันไม่ได้มีเรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น มันมีแค่โฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น

เรื่องความเชื่อมันคือสิ่งที่เขาพูดขึ้น แล้วเราหลงเชื่อ แล้วคิดว่าเรื่องนั้นเป็นจริง เรื่องนี้เป็นจริง เขาพูดแล้วเรายอมที่จะจ่ายเงินซื้อ เรื่องนี้มันก็พิสูจน์ลำบาก ว่าสรุปแล้วเราได้สิ่งที่เราต้องการกลับมาด้วยไหม และเมื่อมันไม่เป็นไปตามที่เราต้องการจะทำยังไง เราจะยอมสูญเสียเงินนั้นไป หรือว่าเราจะเรียกเอาเงินนั้นคืน เพราะฉะนั้น มันคือสิ่งที่เราต้องประเมิณเอาเองว่าซื้อมาแล้วคุ้มค่ากับราคาไหม
การโชคดี ไม่ได้ประกอบด้วยการมีเวทมนตร์นะคะ แต่คิดว่ามันเป็นเรื่องของจังหวะ โอกาสของคนๆ นั้น แล้วก็การแสวงหาของคนที่จะหาโอกาสให้กับตัวเองมากกว่า บางเรื่อง มันเป็นความเชื่อที่ต้องใช้วิจารณญานของแต่ละคน ว่าควรจะเชื่ออย่างไร”

สุดท้าย หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค แนะนำว่า หากถูกหลอกซื้อสินค้า ให้ผู้บริโภคที่เกิดปัญหา ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับสิ่งที่เขากระทำมา เพื่อที่จะลดปริมาณการเผยแพร่ของผู้ประกอบธุรกิจประเภทนี้ เพราะปัจจุบันสังคมโซเชียลฯ มีความเสี่ยงในการถูกหลอกในการซื้อสินค้าอย่างมาก

และล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “ร้านเวทมนตร์” ที่มีการโพสต์ขายสินค้าบรรดาสัตว์เลี้ยงเวทมนตร์ราคาหลักหมื่น ก็ได้มีการลบโพสต์การขายสินค้าดังกล่าวออกไปแล้วทั้งหมด แต่ก็ยังมีร้านค้าอื่นๆ ที่ยังมีการเปิดขายสินค้าอยู่

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์